เพิ่มเพื่อน

“Bullying” หรือ “บูลลี่” คือการกระทำหรือพฤติกรรมที่ตั้งใจกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นเกิดความทุกข์และความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งทางคำพูด การทำร้ายร่างกายให้เกิดความเจ็บปวด หรือการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัญหาความรุนแรงในสังคมที่ยังคงมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนที่มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งจนพ่อแม่หลายคนเริ่มเป็นห่วงกลัวว่าลูกของตัวเองจะตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่ไปด้วย

ในมุมมองของพ่อแม่บางคนอาจมองว่าการบูลลี่คือการแกล้งกันธรรมดาตามประสาเด็ก แต่ความจริงแล้วการบูลลี่หรือการกลั่นแกล้งนั้นถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หากไม่รีบหาทางแก้ไขอาจทำให้เกิดผลร้ายตามมา เช่น ลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหา เป็นโรคเครียดหรือมีอาการซึมเศร้า หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย ฉะนั้นหากสงสัยว่าลูกอาจจะกำลังเผชิญกับปัญหาการบูลลี่อยู่ วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือการพูดคุยกับลูกด้วยวิธีที่ถูกต้อง

พูดคุยกับลูกอย่างไรหากสงสัยว่าลูกอาจกำลังถูก “บูลลี่” ?

พูดคุยให้เป็นธรรมชาติ ทำให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ

เมื่อสงสัยว่าลูกอาจจะถูกบูลลี่ สิ่งแรกที่ควรทำคือเข้าไปพูดคุยกับลูกอย่างเป็นธรรมชาติ ให้เหมือนกับการพูดคุยปกติทั่วไป อย่าจงใจเปิดประเด็นเรื่องการบูลลี่ตรงๆ เพราะจะทำให้ลูกตกใจ อาจอาศัยช่วงเวลาที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันภายในบ้านตามปกติ เช่น ทำกับข้าวหรือดูโทรทัศน์ แล้วอาศัยช่วงเหมาะๆ ถามความคิดเห็นของลูกเกี่ยวกับการบูลลี่ อธิบายให้ลูกฟังว่าบูลลี่คืออะไร เป็นต้น

รู้จักเข้าหาลูกให้ถูกต้องตามวัย

เด็กในแต่ละวัยมักจะมีความคิดอ่านไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาพ่อแม่จึงควรรู้วิธีเข้าหาหรือพูดคุยกับลูกให้ถูกต้องตามวัยด้วย หากลูกยังเด็กอาจสอนให้ลูกรู้จักปัญหาการบูลลี่จากหนังสือการ์ตูนหรือรายการโทรทัศน์ เพื่อที่ลูกจะได้เห็นพฤติกรรมของการบูลลี่และเห็นว่าควรทำยังไงเมื่อถูกบูลลี่ เช่น บอกพ่อแม่หรือคุณครู

แต่หากลูกเริ่มโตแล้วอาจยกกรณีตัวอย่างการบูลลี่จากในหนังสือหรือละคร ทำความเข้าใจกับลูกเรื่องการบูลลี่ในโลกออนไลน์ ถามความเห็นของลูกว่าถ้าถูกบูลลี่จะทำยังไง การพูดคุยเหล่านี้จะช่วยให้ลูกไว้ใจและกล้าเล่าให้พ่อแม่ฟังมากขึ้น

หมั่นถามไถ่หรือพูดคุยกับลูกอยู่เสมอ

การถามไถ่หรือพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ของลูกอยู่เสมอจะช่วยให้พ่อแม่เห็นจุดที่อาจจะเป็นปัญหาได้ง่ายขึ้น โดยพ่อแม่อาจถามถึงความรู้สึกของลูก ถามเรื่องที่โรงเรียน เรื่องเพื่อนๆ หรือสังคมในโลกออนไลน์ของลูกบ้าง สนใจในสิ่งที่ลูกพูด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พ่อแม่มองเห็นปัญหาของลูกง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้ลูกไว้วางใจและรู้สึกมั่นใจที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้พ่อแม่ฟังอีกด้วย

แต่หากยังไม่แน่ใจว่าลูกกำลังถูกบูลลี่จริงหรือไม่ ให้ลองสังเกตดูจากอาการหรือสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูก เช่น มีรอยแผลที่ไม่รู้ที่มา สิ่งของแตกหักเสียหายหรือหายไป นิสัยการกินเปลี่ยนไป กลายเป็นคนก้าวร้าว เก็บตัว ไม่พูดคุย ไม่อยากไปโรงเรียน นอนไม่หลับ มีอาการปวดหัวหรือปวดท้อง เป็นต้น

ที่มา : bullying.co.uk

รูปภาพ : pixabay.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *