เพิ่มเพื่อน

อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึง “วันลอยกระทง” ประเพณีไทยอันงดงามที่มีหลักฐานปรากฎว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี โดยในปี 2562 นี้ วันลอยกระทงจะตรงกับวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งในช่วงสองสามวันมานี้ก็เริ่มจะได้เห็นงานประเพณีลอยกระทงที่จัดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทั่วไทย โดยภายในงานนอกจากจะมีการลอยกระทงแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ได้ร่วมสนุกและร่วมสืบสานประเพณีไทยกันอีกมากมาย

แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ประเพณีลอยกระทงที่เราชาวสยามรู้จักและปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณนี้ มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้นหรอ? คนไทยหลายคนอาจเข้าใจว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ยังมีอีก 4 ประเทศหลักๆ ที่ก็มีประเพณีลอยกระทงเช่นเดียวกัน โดยแต่ละประเทศก็มีความเชื่อและประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกันไป ซึ่งทั้ง 4 ประเทศที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ที่ไหน แต่เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี่เอง

ประวัติความเป็นมาประเพณีลอยกระทงใน 4 ประเทศ

gqthailand.com

ประเทศจีน

ชาวจีนเรียกการลอยกระทงว่า “ลอยโคมประทีป” หรือภาษาจีนคือ “ฟั่งเหอเติง” ซึ่งหากเรียงลำดับจากความเก่าแก่แล้วอาจพูดได้ว่าประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่มีการลอยกระทง ตามความเชื่อของชาวจีนนั้น การลอยกระทงหรือลอยโคมประทีปจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลจงหยวนหรือสารทจีนนั่นเอง โดยจะเป็นการลอยเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ และเพื่อเป็นการบอกกล่าวดวงวิญญาณให้มารับส่วนกุศลในพิธีทิ้งกระจาด สำหรับโคมที่นำไปลอยอาจเป็นรูปดอกบัวหรือโคมไฟ มีเทียนหรือประทีปจุดไฟสว่างไสวอยู่ข้างใน

หากจะย้อนไปถึงประวัติความเป็นมาของการลอยโคมประทีปในจีนจะสามารถย้อนไปได้ถึงสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งบ้างก็ว่ามาจากอิทธิพลของพุทธศาสนาในอินเดีย บ้างก็ว่ามาจากศาสนาลัทธิเต๋า อีกทั้งในราชวงศ์ซ่งใต้ยังมีบันทึกเกี่ยวกับการลอยโคมประทีปว่า “ราชสำนักส่งขันทีไปลอยโคมนับหมื่นดวง” ขณะที่ราชวงศ์หมิงได้บันทึกไว้ว่ามีการลอยโคมประทีปในช่วงเทศกาลจงหยวนเพื่อบูชาเทพเจ้าตี้กวน

katomsatu.com

ประเทศพม่า

การลอยกระทงในประเทศพม่าเริ่มมาจากความเชื่อทางพุทธศาสนา โดยมีที่มาจากพระสูตรบทหนึ่งที่บรรยายไว้ว่า ในคืนวันเพ็ญหรือวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ พระเจ้าอชาตศัตรูมีพระดำริที่จะฟังธรรมเทศนา หมอชีวกโกมารจึงได้ถวายคำแนะนำให้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ สวนมะม่วงของตน เหล่าเสนาอำมาตย์เห็นดังนั้นจึงจุดไฟตามประทีปในขบวนเสด็จ เป็นที่มาของประเพณีลอยกระทง หรือที่ชาวพม่าเรียกกันว่า “การจุดไฟตามประทีป” นั่นเอง

ประเพณีการจุดไฟตามประทีปของพม่าจะจัดขึ้นในช่วงเดือนแปด เป็นช่วงปลายฤดูฝนที่กำลังจะเข้าสู่ต้นฤดูหนาว ซึ่งการลอยกระทงหรือการจุดไฟตามประทีปที่นี่จะแตกต่างจากที่ไทย คือจะไม่นำไปลอยน้ำ แต่จะเป็นการจุดไฟตามประทีปตามเจดีย์เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า

voicetv.co.th

ประเทศกัมพูชา

สำหรับประเพณีลอยกระทงในกัมพูชาจะเรียกว่า “ลอยประทีป” โดยคาดว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยพระนคร (พุทธศตวรรษที่ 18) ตามหลักฐานที่ปรากฎในภาพสลักศิลาที่ระเบียงคดของปราสาทบายนในสมัยนั้น เป็นภาพของสตรีทรงเครื่องคล้ายกษัตริย์ที่กำลังลอยกระทงรูปดอกบัวไปตามกระแสน้ำ แต่ยังไม่มีปรากฎแน่ชัดว่าเป็นการลอยเพื่อบูชาผีฟ้า ผีบรรพบุรุษ หรือลอยตามความเชื่อในพุทธศาสนา

ประเพณีลอยประทีปในกัมพูชายังคงสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยหลังพระนคร โดยจะร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ของไทย การลอยประทีปของชาวกัมพูชาส่วนใหญ่จะเป็นการลอยเรือ ดังรายละเอียดของประเพณีลอยประทีปในพระราชพิธีทวาทศมาสของขุนอุดมปรีชาที่ว่า ประทีปทั้งหมดล้วนตั้งบนเรือบนกําปั่นเล็กๆ เพื่อเตรียมออกย่างแห่ตามแม่น้ำ

marketing-interactive.com

ประเทศอินเดีย

สำหรับการลอยกระทงที่ประเทศอินเดียนั้นไม่นับว่าเป็นประเพณีลอยกระทงโดยเฉพาะเหมือนในไทยหรือในประเทศอื่นๆ ที่กล่าวมา เนื่องจากที่อินเดียจะนิยมบูชาแม่น้ำคงคาด้วยการลอยกระทงตลอดทั้งปีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นที่ประเทศอินเดียก็มี “เทศกาลทีปาวลี” หรือ “ดิวาลี” ที่จะมีการจุดประทีปในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน โดยการจุดประทีปในเทศกาลทีปาวลีนี้มีที่มาจากการจุดประทีปประดับเมืองเพื่อเฉลิมฉลองการนิวัติกลับนครอโยธยาของพระรามและนางสีดา หลังจากที่ต้องไปอยู่ในป่านานนับ 14 ปี และยังเป็นการจุดเพื่อบูชาพระลักษมีอีกด้วย

การจุดประทีปในอินเดียจะเป็นการวางประดับบนท่าน้ำที่เป็นขั้นบันไดริมฝั่งแม่น้ำคงคา หรืออาจจุดประทีปในกระทงที่ทำจากใบไม้แห้ง ประดับด้วยดอกกุหลาบและดอกดาวเรือง เรียกว่า “โดนา” โดยจะนำไปลอยในแม่น้ำคงคาเพื่อสักการะบูชาเทพเจ้า

ที่มา : gqthailand.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *