เพิ่มเพื่อน

ในบทความก่อนหน้านี้เราได้เคยพูดถึงเรื่องรสชาติต่างๆ ของอาหารไทยไปแล้ว ในบทความนี้เราจึงอยากจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปยังยุคสมัยต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของอาหารไทย จากการศึกษาของอาจารย์กอบแก้ว นาจพินิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ไปดูกันว่าอาหารไทยที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้มีต้นกำเนิดมาจากไหน และมีประวัติความเป็นมายังไงบ้าง

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

คนไทยกินข้าวและปลาเป็นอาหารหลักมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยืนยันได้จากการพบข้าวเปลือก กระดูก เกล็ด และก้างปลาหมอในช่องท้องของศพผู้หญิงอายุราว 3,000 ปี ที่บ้านโคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และการพบซากปลาช่อนในหม้อดินเผาที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีเช่นกัน

สมัยสุโขทัย

สำหรับอาหารไทยในสมัยสุโขทัยนั้นมีที่มาจากศิลาจารึกและวรรณคดี “ไตรภูมิพระร่วงของพญาลิไท” ที่ได้กล่าวไว้ว่าคนไทยนิยมกินข้าวกับเนื้อสัตว์เป็นอาหารหลัก โดยเนื้อสัตว์จะเป็นปลาซะส่วนใหญ่ มีการกินผลไม้เป็นของหวาน นอกจากนี้ในไตรภูมิพระร่วงยังปรากฎคำว่า “แกง” ซึ่งเป็นที่มาของวลี “ข้าวหม้อแกงหม้อ” อีกทั้งยังกล่าวถึงผักอย่าง แฟง แตง และน้ำเต้า รวมไปถึงข้าวตอกและน้ำผึ้งที่กินเป็นอาหารหวานด้วย

สมัยอยุธยา

อาหารไทยในสมัยอยุธยาส่วนใหญ่จะเป็นการรับเอาวัฒนธรรมอาหารจากประเทศต่างๆ ที่เข้ามามีสัมพันธไมตรีทั้งทางการทูตและการค้า และจะเริ่มแพร่หลายในราชสำนักก่อนแล้วจึงกระจายไปสู่ประชาชน ซึ่งจากบันทึกของชาวต่างชาติพบว่าคนไทยในสมัยอยุธยายังคงนิยมกินปลาเป็นอาหารหลัก มีอาหารประเภทต้ม แกง มีการใช้น้ำมันจากมะพร้าวและกะทิ มีการถนอมอาหารและการใช้เครื่องเทศ จนถึงช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลายก็ได้รับเอาอิทธิพลของอาหารจีนเข้ามามากขึ้น เนื่องจากเป็นยุคที่ไทยตัดสัมพันธ์กับชาติตะวันตกนั่นเอง

สมัยธนบุรี

ในสมัยธนบุรีจะเริ่มได้เห็นอาหารประจำชาติจีนที่เพิ่มเข้ามา ส่วนอาหารประเภทอื่นๆ ก็จะคล้ายกับในสมัยอยุธยา มีหลักฐานปรากฎในหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ที่ได้รวบรวมเอาตำราอาหารคาวหวานของไทยและของต่างชาติไว้ด้วยกันว่า วัฒนธรรมเรื่องอาหารการกินของไทยนั้นมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอยุธยาและสมัยธนบุรีตามลำดับ

สมัยรัตนโกสินทร์

สำหรับประวัติความเป็นมาของอาหารไทยในสมัยรัตนโกสินทร์จะแบ่งตามยุคสมัยที่นักประวัติศาสตร์กำหนดไว้ 2 ยุค คือ

ยุคที่ 1 : สมัยรัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2325 – 2394)

อาหารไทยในยุคนี้จะเหมือนกับในสมัยธนบุรี แต่จะมี “อาหารว่าง” ซึ่งเป็นอาหารคาวเพิ่มขึ้นมา เช่น หมูแนม ล่าเตียง หรุ่ม รังนก และเนื่องจากอาหารไทยได้รับอิทธิพลจากอาหารจีนมากขึ้น จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นอาหารไทย นอกจากนี้ยังมีอาหารที่ปรุงด้วยเครื่องเทศแบบอิสลาม มีการกินข้าวร่วมกับกับข้าวทั้งแกง ต้ม คั่ว และยำ ทำให้เห็นว่าอาหารไทยมีความหลากหลายมากขึ้น และยังได้เห็นถึงความประณีตในการปรุงรส กลิ่น และสีของอาหารไทยในราชสำนักอีกด้วย

ยุคที่ 2 : สมัยรัชกาลที่ 4 – ปัจจุบัน (2395 – ปัจจุบัน)

ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะเห็นว่าประเภทของอาหารไทยมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น อาหารจานเดียว อาหารหวาน อาหารว่าง และอาหารนานาชาติ รวมไปถึงวิธีการปรุงทั้งของราชสำนักและของชาวบ้าน พอดีกับที่ในยุคนั้นได้มีการตั้งโรงพิมพ์ขึ้นเป็นแห่งแรกในไทย ทำให้มีการบันทึกตำรับตำราอาหารไทยในแบบดั้งเดิมมากขึ้น แต่ในปัจจุบันอาหารไทยบางชนิดมีส่วนประกอบหรือวิธีการปรุงที่ผิดเพี้ยนไป ขาดศิลปะและความประณีต ทำให้สูญเสียรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยแบบดั้งเดิมไปอย่างน่าเสียดาย

หากใครสนใจจะพิมพ์เมนูอาหาร M.I.W. Services รับออกแบบและพิมพ์เมนูอาหารโดยไม่มีขั้นต่ำ

ที่มา : wikipedia.org

รูปภาพ : pixabay.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *