ชาเขียว เป็นชาที่ทุกคนรู้จักกันดี แต่ใครจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วชาเขียวมีกี่ประเภท ซึ่งชาเขียวแต่ละประเภทแต่ต่างกันที่กรรมวิธีการผลิตจึงทำให้ชื่อเรียก และราคาแตกต่างกันไปตามคุณภาพ และเกรดใบชา นอกจากนี้สีของชาก็ยังต่างระดับเข้มอ่อน และรสชาติของชาก็ยังมีหลากรสชาติหลายระดับ ทั้งความหอม ความกลมกล่อม ความฝาด ดังนั้นวันนี้เราเลยจะมาบอกประเภทของชา ที่คนชอบดื่มชาควรรู้ มาฝากกันค่ะ

ประเภทของชาเขียว

เกียวคุโระ (Gyokuro)

chasekitea.shop

เกียวคุโระ คือยอดใบชาเขียวชั้นดี ปลูกโดยคลุมผ้ากันแสงให้อยู่ในสภาวะเหมาะสมจนเกิดเป็นสีเขียวสวยงาม หลังจากนั้นนำมานึ่ง นวด และทำให้แห้ง ซึ่งได้ออกมาเป็นชารสไม่ฝาด หวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอม สารอาหารสูง สีเขียวสด จัดเป็นชาเขียวชั้นสูง ผลิตได้ไม่มาก ราคาแพง เน้นใช้ในงานพิธีการ และลักษณะพิเศษของชาเกียวคุโระ คือ ใบชาที่ม้วนตัวอย่างสวยงาม

มัทฉะ (Matcha) 

missmamon.com

มัทฉะ เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุด ซึ่งมัทฉะ ผลิตจากมาจาก เท็นฉะ (Tencha) ที่ได้จากใบชาที่ปลูก และเก็บเกี่ยวลักษณะเดียวกับเกียวคุโระ แต่แตกต่างกันที่กระบวนการผลิต เพราะเท็นฉะเมื่อนึ่งเสร็จแล้ว จะนำมาทำให้แห้งโดยไม่ผ่านการนวด หลังจากนั้นก็นำไปบดเป็นผงด้วยหินอย่างพิถีพิถัน มักจะใช้ในพิธีชงชา เพราะมัทฉะรสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้มัทฉะแบ่งเป็นหลายเกรด เช่น สำหรับทำขนม เครื่องดื่ม ชงในงานพิธีการ เป็นต้น ทั้งนี้ยังสามารถสังเกตได้จากสีของมัทฉะ ยิ่งมัทฉะสีเข้มเท่าไหร่ คุณภาพก็ยิ่งดี

เซ็นฉะ (Sencha)

tea-village.com

เซ็นฉะ คือชาเขียวส่วนใหญ่ หรือคิดเป็นกว่า 60% ของชาเขียวในประเทศญี่ปุ่น ที่ชาวญี่ปุ่นดื่มในชีวิตประจำวัน ปลูกโดยให้โดนแสงอาทิตย์ตามปกติ เมื่อเก็บใบมาแล้วต้องผ่านกระบวนการนึ่ง นวด และอบแห้งเหมือนกับเกียวคุโระ ซึ่งรสชาติจะเข้ม มีหวาน และความฝาดนิด ๆ เนื่องจากการอบเลยทำให้ชาประเภทนี้ค่อนข้างมีกลิ่นหอม แต่ทั้งนี้ก็มีวิธีการอบที่หลากหลายทำให้ชามีรสชาติที่แตกต่างกัน นอกจากนี้คุณภาพของเซ็นฉะ จะรองมาจากเกียวกุโระ และมัทฉะ

บันฉะ (Bancha)

lhasakarnak.com

บันฉะ เป็นชาที่คุณภาพรองลงมาจากชาเซนฉะ ซึ่งบันฉะได้มาจากใบชาที่เก็บนอกฤดูกาล เช่น ก่อนต้นชาแตกยอดใหม่ หรือมีขนาดไม่ได้ตามมาตรฐาน รวบรวมมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนได้เป็นชาราคาย่อมเยา หากชงเป็นชาเขียวธรรมดา บางครั้งอาจมีสีออกไปทางเหลืองอมเขียวแทนที่จะเป็นสีเขียวสด รสฝาดกว่าชาชนิดอื่น อีกทั้งกลิ่นเฉพาะตัวของชาไม่หอมเท่าประเภทอื่น จึงมีการดัดแปลงเป็นเมนูชาอีกหลากหลายประเภทเพื่อเพิ่มรสหรือกลิ่น เช่น โฮจิฉะ (Hojicha) หรือเก็มไมฉะ (Gemmaicha)

โฮจิฉะ (Hojicha)

miroteaathome.com

โฮจิฉะ เป็นชาที่เก็บเกี่ยวในช่วงสุดท้าย ซึ่งใช้เซนฉะ บันฉะ และคุคิฉะ มาผสมรวมกันก่อนจะนำไปคั่วไฟแรง ๆ เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอม และลดรสชาติฝาดของชา และลดความขม จึงทำให้ชามีสีน้ำตาลอ่อน ๆ มีรสชาติอ่อน กลิ่นหอมหวาน เหมาะสำหรับดื่มระหว่างมื้อ ดื่มหลังอาหารเย็น หรือดื่มก่อนนอนก็ได้ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับเด็ก เพราะมีคาเฟอีนต่ำน้อยกว่าชาเขียวชนิดอื่น ๆ

เกนไมฉะ (Genmaicha)

shopee.co.th

เกนไมฉะ หรือ ชาข้าวญี่ปุ่น เป็นชาที่มีการผสมระหว่างเซนฉะ และข้าวกล้อง แล้วนำไปคั่วไฟ จนเม็ดข้าวพองโต ทำให้มีชามีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเกนไมฉะ เป็นชาที่พบเห็นได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่น สมัยก่อนขึ้นชื่อว่าเป็นชาของทุกคน เพราะเมื่อก่อนชามีราคาแพง ชาวญี่ปุ่นจึงนำชาไปคั่วกับข้าวกล้องเพื่อให้ราคาถูกลง และคนทุกชนชั้นสามารถซื้อได้ ทั้งนี้เทคนิคการดื่มหลังชงแล้วควรดื่มเลย เพื่อไม่ให้เกิดความขม เมื่อดื่มแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย

 

ชาเขียวอาจมีหลายประเภท และราคาแตกต่างกันออกไปมาก แต่ความอร่อยในการดื่มอยู่ที่รสนิยม วิธีการปรุง รวมถึงอาหารที่รับประทานทานคู่กับชา ดังนั้นหากใครชอบดื่มชาขอแนะนำให้ลองดื่มทุกประเภท เพราะชาแต่ละประเภทล้วนมีความอร่อยแบบเฉพาะของตัวเองอยู่ด้วยค่ะ