เชื่อว่าหลาย ๆ คนเวลาเดินทางไปท่องเที่ยว เดินทางไปทำงาน หรือนั่งทำการบ้าน นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอม มักจะมีหูฟังอยู่ด้วยเสมอ และหลายคนพกพาติดตัวตลอดเวลา เพราะการใส่หูฟัง ช่วยให้ฟังเสียง และดื่มด่ำกับความบันเทิงตรงหน้าโดยไม่รบกวนผู้อื่น แต่การใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานหรือการปรับระดับเสียงให้ดังจนเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยิน และอาจร้ายแรงจนทำให้หูหนวก ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูว่าการใช้หูฟังแบบผิด ๆ นั้นทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ว่าแต่จะมีพฤติกรรมใดบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ!

ที่มา: architecturaldigest.com

อันตรายจากการใส่หูฟังนาน ๆ และเปิดเสียงดัง

การฟังเพลงเสียงดัง

การใช้หูฟังที่เสียงเบสหนัก ๆ ด้วย ซึ่งการเปิดเพลงดัง ๆ มีผลเสียต่อหูแน่นอน หูตึงก่อนวัยอันควร ประสาทหูเสื่อม เสี่ยงทำให้สูญเสียการได้ยินถาวร ปกติแล้วระดับเสียงที่เหมาะสมกับการได้ยินของคนจะอยู่ที่

  • ผู้ใหญ่ สามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบล ได้ประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • เด็ก สามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบล ได้ประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • หากใช้เสียงดังกว่านั้น ไม่ควรเกิน 100 เดซิเบล และไม่ใส่ต่อเนื่องกันนานกว่า 15 นาที

โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้หูได้รับอันตรายก็คือ ความดังของเสียง ระยะเวลาในการใช้หูฟัง และความถี่ในการฟังนั่นเอง เนื่องจากคนทั่วไปมีเซลล์ขนประมาณ 16,000 เซลล์อยู่ในหูชั้นในส่วนที่เรียกว่า cochlea เสียงดังทำให้เซลล์ และเยื่อหุ้มเซลล์ภายใน cochlea ถูกทำลาย การฟังเสียงดังเป็นระยะเวลานานทำให้เซลล์ขนเหล่านี้ทำงานหนักมากเกินไป และตายไปในที่สุด

ที่มา: headphonesty.com

การใส่หูฟังตอนนอน

การใส่หูฟังตอนนอน เป็นสิ่งที่อันตรายกว่าที่คิด เนื่องจากในขณะที่เรานอนหลับ เราจะเปลี่ยนท่าการนอนโดยไม่รู้ตัว แล้วการนอนตะแคงขณะใส่หูฟัง หูจะกดทับกับปลั๊กหูฟังที่มีลักษณะแข็ง โดยเฉพาะหูฟังแบบ in-ear ที่ถ้านอนตะแคง ซิลิโคนจะอัดเข้าไปด้านในหูแน่นกว่าเดิม ซึ่งทำให้มีอาการปวดหู หูชั้นนอกอักเสบ ลามมาถึงบริเวณขากรรไกร ทำให้อ้าปากลำบาก เคี้ยวข้าวยาก อาจกลายเป็นหูน้ำหนวก หรือมีหนองในหู สูญเสียการได้ยินชั่วคราว หรือหูหนวกไปเลยก็ได้ หากจำเป็นต้องฟังเพลงก่อนนอนจริง ๆ ให้ใช้วิธีเปิดจากลำโพงเบา ๆ แล้ววางไว้ใกล้ตัว หรือเสียบหูฟังไว้ที่โทรศัพท์แล้วเปิดเสียงดัง ๆ ให้เสียงเล็ดลอดออกมาผ่านหูฟังแทนจะดีต่อสุขภาพหูได้มาก

ไม่เคยทำความสะอาดหูฟังเลย

หูฟังเป็นสิ่งที่อยู่ติดกับหูตลอดเวลา หากไม่ทำความสะอาดก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ควรทำความสะอาดหูฟังบ้าง เพื่อสุขอนามัยของตัวเอง และถนอมอายุการใช้งานของหูฟังด้วย แล้วจะรู้ว่าหูฟังที่คุณใช้ทุกวันสกปรกขนาดไหน ซึ่งอุปกรณ์ทำความสะอาดก็สามารถหาซื้อได้ตามห้าง หรือสั่งออนไลน์ได้ แต่ทั้งนี้ก็สามารถใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดได้เช่นกัน โดยใช้สำลีก้านปลายแหลมชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดทำความสะอาดส่วนปลั๊กที่ใช้อุดหู แล้วใช้กระดาษชำระแบบเปียกหรือสำลีแผ่นชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่เช็ดสาย ส่วนวิธีทำก็ดูได้ตามคลิปเคล็ดลับต่าง ๆ

ความเสี่ยงในการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง

  • อาศัยอยู่ในบ้านหรือชุมชนที่มีเสียงดัง
  • ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
  • มีอายุมากกว่า 40 ปี
  • มีกรรมพันธุ์หรือประวัติคนในครอบครัวสูญเสียการได้ยิน
  • ได้รับบาดเจ็บที่หู
  • มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิดสูง
  • ใช้ยาบางประเภทที่มีพิษต่อประสาทหู (ototoxic)
  • สัมผัสหรือสูดดมสารเคมีที่มีชื่อว่าโทลูอีน (toluene) ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญของทินเนอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

ที่มา: bhphotovideo.com

การป้องกันไม่ให้หูสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง

ความดังของเสียงวัดด้วยค่าระดับความเข้มของเสียงโดยใช้หน่วยเดซิเบล เสียงที่ดังกว่า 80 เดซิเบลเอเป็นอันตรายต่อสุขภาพหูหากฟังเป็นระยะเวลานาน เช่น เสียงเพลงดัง ๆ เสียงไซเรน เสียงเครื่องยนต์ เป็นต้น ดังนั้น จึงควรป้องกันตั้งแต่อายุยังน้อยด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

  • ลดระดับความดังของเสียงจากเครื่องเสียงและโทรทัศน์ ปรับระดับเสียงให้อยู่ที่ 60% จากระดับเสียงสูงสุด หากใช้หูฟัง ให้เลือกหูฟังที่มีขนาดพอดีกับหูและสามารถตัดเสียงรบกวนได้ (noise cancelling headphones)
  • ป้องกันหูจากเสียงดังโดยใส่ที่อุดหู (earplugs) เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังหรือใช้เครื่องจักรที่มีเสียงดัง เช่น เครื่องตัดหญ้าและอยู่ให้ห่างจากลำโพง หากใส่ที่อุดหูอย่างถูกต้อง สามารถช่วยป้องกันเสียงดังจากสภาพแวดล้อมได้ 5-15 เดซิเบลขึ้นอยู่กับชนิดของที่อุดหู
  • จำกัดเวลาในการทำกิจกรรมที่มีเสียงดัง ด้วยการพักจากการฟัง อยู่ให้ห่างจากลำโพงเสียงและจำกัดเวลาการฟังอุปกรณ์เครื่องเสียงให้น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวันและปรับระดับเสียงให้เบาลง
  • จำกัดระดับความดังของเสียง เช่น ใช้แอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ช่วยจำกัดระดับความดังของเสียง (volume limit) ในระหว่างที่ใช้หูฟังเพื่อให้อยู่ในระดับที่ไม่ดังมากจนเป็นอันตราย

วิธีการใช้หูฟังอย่างถูกต้อง

  • ปรับระดับเสียงให้ดังไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงที่ดังสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง โดยควรหยุดใช้ประมาณ 5 นาทีเมื่อฟังครบ 1 ชั่วโมง
  • เลือกใช้หูฟังที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงดังกล่าว

ที่มา: menshealth.com

สรุป

การใส่หูฟังนาน ๆ และฟังเสียงดัง ๆ ไม่เป็นผลดีต่อหูอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงควรใส่หูฟังในระยะเวลาที่เหมาะสม เปิดเสียงในระดับที่พอดี และควรหยุดฟังการใส่หูฟังสักพัก เพื่อให้หูได้พัก และป้องกันไม่ให้หูของคุณได้รับอันตราย และความเสี่ยงในการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง อีกทั้งยังเพื่อให้หูของคุณมีสุขภาพที่ดีด้วยค่ะ

เกี่ยวกับ M.I.W. Services

M.I.W. Services เป็นโรงพิมพ์ดิจิตอล ในลาดพร้าว กรุงเทพ ดำเนินงานโดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด (M.I.W. Group Co., Ltd.) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) อายุมากว่า 29 ปี บริษัทมีความมั่นคงและมีความน่าเชื่อถือ พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพ ที่มากด้วยประสบการณ์ ให้ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์แบบครบวงจรทั้ง Digital & Offset
เราเป็นโรงพิมพ์ดิจิตอล แถวลาดพร้าว ที่ให้บริการด้วยคุณภาพที่ได้รับมาตรฐานระดับเหรียญทอง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานมากกว่า 29 ปี ทั้งนี้เรายังคงรักษามาตรฐานคุณภาพงานพิมพ์ พร้อมกับมุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ เพื่อให้เป็นโรงพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจ