en

ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นหรือหนุ่มสาววัยทำงานที่อาจจะหวังพึ่งเพียงรายรับจากทางเดียวไม่ไหว ทำให้มีความจำเป็นต้องหารายได้เสริมจากการทำธุรกิจออนไลน์จำพวกขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง หรือสินค้าอื่นๆ ตามแต่จะเลือกขายกัน ยิ่งในหมู่วัยรุ่น บางคนก็ขายของออนไลน์เพราะต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองโดยการหาค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ได้อีกด้วย

แต่การทำธุรกิจออนไลน์ก็เหมือนกับการทำธุรกิจการค้าหรือบริการอื่นๆ ทั่วไป คือทำเพื่อให้เกิดรายได้และเพื่อให้ได้มาซึ่งผลกำไร จำเป็นต้องเสียภาษีเพื่อจุดประสงค์ในการพัฒนาประเทศ

AIS เปิดตัว AIS DigitALL Shop ไม่มีระบบคิว ไม่มีเค้าน์เตอร์ ไม่ต้องใช้เงินสด

โดยปกติพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จะต้องเสียภาษีออนไลน์อยู่แล้ว หากว่ามีรายได้ต่อปีตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) หรือ กฎหมาย e-payment โดยได้ประกาศให้ทางสถาบันการเงินหรือธนาคารสามารถเปิดเผยข้อมูลบัญชีที่มีการรับโอนเงินจำนวนครั้งมากๆ ต่อวัน และนำส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของข้อมูลการทำธุรกรรมในบัญชีว่าสมควรเสียภาษีหรือไม่

laptop-1160447_1280

ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) หรือ กฎหมาย e-payment นี้ได้เริ่มมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป โดยกฎหมาย e-payment นี้จะไม่มีผลกระทบใดๆ กับผู้ที่มีรายได้และได้ทำการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขายออนไลน์ที่ได้รับเงินโอนเป็นจำนวนหลายครั้งต่อวัน เพื่อให้การตรวจสอบภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลังจากการประกาศครั้งนี้ ทางสถาบันการเงินหรือธนาคารจะต้องรายงานข้อมูลในบัญชีที่มีลักษณะเฉพาะให้กรมสรรพากรได้ทำการตรวจสอบการเสียภาษีต่อไป โดยลักษณะของบัญชีที่มีข้อมูลเป็นลักษณะเฉพาะ คือ มีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป รวมไปถึงมีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดรวมทั้งหมดเป็นจำนวนสองล้านบาทขึ้นไป

5 อาชีพธรรมดาๆ ที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดาสำหรับวัยเรียน

หากมีสถาบันการเงินหรือธนาคารใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการรายงานข้อมูลบัญชีที่สมควรได้รับการตรวจสอบให้กับกรมสรรพากร จะต้องถูกปรับเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน รวมถึงได้มีการพิจารณาปรับปรุงอัตราโทษกรณีที่เจ้าพนักงานเปิดเผยข้อมูลผู้เสียภาษีหรือข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้อง หากฝ่าฝืนจะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทำความเข้าใจง่ายๆ ว่า บุคคลทั่วไปหรือผู้ที่มีรายได้ รวมทั้งผู้ที่มีการฝากและรับโอนเงินที่มีจำนวนรวมไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะไม่ถูกทางสถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลในบัญชี และจะไม่ได้รับการตรวจสอบการเสียภาษีโดยกรมสรรพากร เพราะกฎหมาย e-payment มีขึ้นเพื่อให้การตรวจสอบภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงจะมีผลกระทบกับเฉพาะผู้ที่มีการฝากหรือรับโอนเงินเป็นจำนวนครั้งมากๆ เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก techsauce

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *